วิเคราะห์บอล เฟร้นช์ คัพ : กุปเดอฟร็องส์ 2025-26 ล็องส์ VS นีซ
วิเคราะห์บอล ทีเด็ดบอล พร้อมข้อมูลสถิติครบถ้วน อ่านฟรีทุกวันที่ UFA7979
วิเคราะห์บอล เฟร้นช์ คัพ : กุปเดอฟร็องส์ 2025-26 ล็องส์ VS นีซ

"เลือด และ ทอง" ล่าแชมป์ประวัติศาสตร์ปะทะ "อินทรีริเวียร่า" นัดชิงดำถ้วยเฟร้นช์ คัพ
เฟร้นช์ คัพ : กุปเดอฟร็องส์ | ล็องส์ VS นีซ | รอบชิงชนะเลิศ | วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2026
พรีวิว
การลุ้นไขว่คว้าแชมป์ กุปเดอฟร็องส์ เป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร ล็องส์ จะลงสนามเผชิญหน้ากับ นีซ ในเกมนัดชิงชนะเลิศที่สนาม สตาดเดอฟร็องส์ ในวันศุกร์นี้ โดยเส้นทางก่อนจะก้าวขึ้นมาสู่จุดนี้ พลพรรค "เลือด และ ทอง" สามารถเอาชนะ ตูลูส มาได้ด้วยสกอร์ 4-1 เมื่อเดือนที่แล้ว ขณะที่ทัพ "อินทรีริเวียร่า" โชว์ฟอร์มสุดช็อคด้วยการปราบ สตราส์บูร์ก มาได้ 2-0
แมตซ์ พรีวิว
ล็องส์
แม้ว่าพวกเขาจะพลาดตำแหน่งแชมป์ลีกเอิงไปอย่างฉิวเฉียด ทว่านี่คือฤดูกาลที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่งในสายตาของหลายๆ คนสำหรับ ล็องส์ โดยทาง ปิแอร์ ซาฌ ได้นำพาทีมก้าวไปจบอันดับที่ 2 ของตารางคะแนนในเกมลีกได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2022-23 และในวันศุกร์นี้ เขามีโอกาสที่จะนำพาสโมสรคว้าถ้วยรางวัลใบแรกนับตั้งแต่ที่เคยได้แชมป์ลีกเดอเมื่อฤดูกาล 2008-09 ทั้งนี้ เกมที่กำลังจะมาถึงจะถือเป็นการปรากฏตัวในนัดชิงชนะเลิศถ้วย กุปเดอฟร็องส์ เป็นครั้งที่ 4 ของพวกเขา ซึ่งสถิติใน 3 ครั้งก่อนหน้านี้ทีมต้องปราชัยไปถึง 2 ครั้งด้วยผลต่างเพียงแค่ประตูเดียว อย่างไรก็ดี ผลงานในทัวร์นาเมนต์นี้ 4 นัดหลังสุดก่อนทะลุถึงนัดชิงดำ พวกเขากระหน่ำประตูรวมกันไปถึง 16 ประตู และเสียไป 6 ลูก ส่วนผลงานการเล่นในประเทศฤดูกาลนี้ ทีมจากทางตอนเหนือของฝรั่งเศสแพ้ไป 2 จาก 3 นัดยามมาเยือนเมืองหลวงของฝรั่งเศส ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก แซ็ง-เดอนี สถานที่จัดนัดชิงชนะเลิศวันศุกร์นี้ โดยชัยชนะนัดเดียวของพวกเขาเกิดขึ้นในเกมเยือน ปารีส เอฟซี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ด้วยสกอร์ 5-0 นอกจากนี้ ทัพ "เลือด และ ทอง" ยังมีสถิติไม่แพ้ใคร 2 ใน 3 นัดหลังสุดที่พบกับ นีซ ในฐานะทีมเหย้า ทว่าพวกเขาไม่เคยเอาชนะคู่แข่งรายนี้ได้เลยยามออกไปเล่นนอกรัง ล็องส์ นับตั้งแต่ศึกซีซั่น 2006 ที่เคยชนะมา 2-1
นีซ
คุณอาจจะไม่รู้เรื่องนี้เลยหากดูจากฟอร์มการเล่นในเกมลีกประจำฤดูกาล 2025-26 ทว่า นีซ กลับทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่งในรายการบอลถ้วยนี้ โดยเส้นทางกว่าจะหลุดเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ พวกเขาฝ่าด่านปราบทีมจากลีกเอิงไปถึง 3 ราย รวมถึงการเอาชนะ มงต์เปลลิเย่ร์ และ แซ็งต์-เอเตียน ซึ่งเป็นทีมในลีกสูงสุดเมื่อฤดูกาลก่อนมาได้อีกด้วย ทว่าลูกทีมของ โคลด พูแอล กำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์จวนเจียนจะตกชั้น และต้องไปเล่นเกมเพลย์ออฟแบบเหย้า-เยือนกับ แซ็งต์-เอเตียน แต่ในวันศุกร์นี้พวกเขาจะได้ลงแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ กุปเดอฟร็องส์ เป็นครั้งที่ 2 ในรอบทศวรรษนี้ ซึ่งตามประวัติศาสตร์แล้ว สโมสรแห่งนี้เคยคว้าแชมป์ได้ถึง 3 จาก 5 ครั้งในการเข้าชิงดำรายการนี้ แต่พวกเขากลับแพ้ในการเข้าชิงชนะเลิศครั้งเดียวในศตวรรษนี้ที่สนาม สตาดเดอฟร็องส์ ให้แก่ น็องต์ เมื่อปี 2022 ด้วยสกอร์ 1-0 ด้านสถิติเกมรับ นีซ เสียประตูไม่เกิน 1 ลูกหรือน้อยกว่านั้นในทุกนัดของศึก กุปเดอฟร็องส์ ซีซั่นนี้ แถมยังเก็บคลีนชีตติดต่อกันได้ในรายการนี้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ทัพเลอฌีมยังมีสถิติไม่แพ้ใครถึง 7 จาก 8 นัดหลังสุดในการเจอกันกับ ล็องส์ รวมทุกรายการ และเคยเอาชนะในการพบกันก่อนหน้านี้ในถ้วย กุปเดอฟร็องส์ เมื่อปี 1954 ด้วยสกอร์ถล่มทลายถึง 5-0
ฟอร์มล่าสุด
ล็องส์ (กุปเดอฟร็องส์) : ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ
ล็องส์ (ทุกรายการ) : ชนะ เสมอ เสมอ ชนะ แพ้ ชนะ
นีซ (กุปเดอฟร็องส์) : ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ
นีซ (ทุกรายการ) : เสมอ ชนะ เสมอ เสมอ แพ้ เสมอ
สภาพความพร้อมของทีม
ล็องส์
สภาพทีมของฝั่งเจ้าบุญทุ่มแห่งแดนเหนืออาจจะชวดใช้งาน เรจิส เกิร์ตเนอร์ และ แซมสัน ไบดู เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังรบกวน ขณะที่ โฌนาต็อง กราดีต์ มีอาการบาดเจ็บที่บริเวณขาท่อนล่างและไม่น่าจะพร้อมสำหรับการลงสนามในเกมนี้ อย่างไรก็ตาม ขุมกำลังหลักรายอื่นๆ อย่าง ฟลอริย็อง โตแว็ง, อแลง แซ็งต์-แม็กซิแม็ง, มาติเยอ อูโดล และ อาเดรียน โทมัสสัน ที่พากันทำประตูในเกมเปิดรังถล่มชนะ ตูลูส พาทีมเข้าชิงชนะเลิศ ต่างพร้อมลงสนามช่วยทีมอย่างครบครัน
นีซ
ทางด้านทีมเยือนเจอปัญหาสภาพทีมไม่น้อย โดยในรายของ มอยเซ่ บอมบิโต้ ยังต้อง รอเช็คความฟิต เนื่องจากมีปัญหาอาการบาดเจ็บที่ขาท่อนล่าง ส่วน โมฮาเหม็ด อับเดลโมนิม และ ยุสซูฟ นดายิชิ มิเย่ ต่างมีปัญหาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อเล่นงาน ขณะที่ เอแวร์ตอน เปเรยร่า ก็ยังต้อง รอเช็คความฟิต เช่นกันเนื่องจากมีอาการเจ็บที่ข้อเท้า ทว่าทีมยังมีข่าวดีเมื่อ เอลี วาฮี ดาวยิงตัวเก่งที่เพิ่งซัดสองประตูในครึ่งหลังพาทีมทุบชนะ สตราส์บูร์ก ในรอบรองชนะเลิศ พร้อมลงล่าตาข่าย โดยมีผู้รักษาประตูอย่าง แม็กซิม ดูเป้ ที่เซฟไปเพียงครั้งเดียวในเกมก่อนจนเก็บคลีนชีตได้ พร้อมลงเฝ้าเสา
คาดการณ์ผู้เล่น
ล็องส์ : ริสเซร์, กานิอู, เชลิค, ซาร์, อากีลาร์, โทมัสสัน, บูลาโตวิช, อูโดล, โตแว็ง, แซ็งต์-แม็กซิแม็ง, เอดูอาร์
นีซ : ดิอุฟ, เมนดี้, บาห์, ออปปอง, โคลสส์, วานฮุตต์, บูดาอุย, ซ็องซง, โช, ดิอ็อป, วาฮี
วิเคราะห์คาดการณ์
เกมนัดชิงชนะเลิศบอลถ้วยแดนน้ำหอมนัดนี้เป็นการเจอกันของสองทีมที่มีสถานการณ์ในลีกต่างกันราวฟ้ากับเหว โดยฝั่ง ล็องส์ ภายใต้การทำทีมของ ปิแอร์ ซาฌ โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงในฤดูกาลนี้จนคว้าอันดับ 2 ในลีกมาครองได้สำเร็จ ความมั่นใจและระบบทีมลงตัวเป็นอย่างมาก แถมเกมรุกในรายการนี้ยังดุดันเฉียบคมพังประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ สวนทางกับ นีซ ของกุนซือ โคลด พูแอล ที่ฟอร์มในลีกระส่ำระสายจนต้องไปลุ้นเหนื่อยในรอบเพลย์ออฟหนีตาย แม้ว่าสถิติเก่าๆ ยามเจอกันในช่วงหลังทัพ "อินทรี ริเวียร่า" จะทำได้ดีกว่า และมีเกมรับที่เหนียวแน่นในรายการนี้ ทว่าสภาพทีมล่าสุดกลับพิการหนักหลังผู้เล่นแกนหลักหลายรายได้รับบาดเจ็บและต้องรอเช็คความฟิตจนส่งผลกระทบต่อการจัดทัพอย่างแน่นอน เมื่อพิจารณาจากความพร้อมและโมเมนตัมของทีมแล้ว พลพรรค "เลือด และ ทอง" ที่นำโดยแนวรุกตัวเก่งอย่าง ฟลอริย็อง โตแว็ง และ อแลง แซ็งต์-แม็กซิแม็ง น่าจะใช้ความสดและความเฉียบคมที่เหนือกว่า บดเอาชนะเกมรับของทีมเยือนที่สภาพไม่สมบูรณ์ไปได้ และคว้าแชมป์สมัยแรกไปครองได้สำเร็จ
คาดการณ์สกอร์: ล็องส์ 2 - 0 นีซ
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ทีมชนะ: ล็องส์ - เนื่องจากพวกเขามีฟอร์มการเล่นโดยรวมในฤดูกาลนี้ที่แข็งแกร่งและสม่ำเสมอเป็นอย่างมากจนจบอันดับ 2 ของลีก ขณะที่ นีซ ฟอร์มดิ่งลงเหวสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น แถมยังมีปัญหานักเตะบาดเจ็บเพียบ ส่งผลให้ความพร้อมของทีมลดลงไปอย่างชัดเจน
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : ต่ำ - เนื่องจากเกมนี้เป็นเกมนัดชิงชนะเลิศที่มีความกดดันสูงและมีตำแหน่งแชมป์เป็นเดิมพัน ประกอบกับสถิติของ นีซ ในรายการนี้เน้นความรัดกุมเสียประตูยาก เสียไม่เกินหนึ่งลูกในเกือบทุกนัด และเก็บคลีนชีตมาต่อเนื่อง จึงคาดว่าเกมน่าจะอึดอัดและทำประตูกันไม่เกิน 2.5 ลูก
Both Teams to Score (BTTS) : ไม่ - เนื่องจากเกมรับของ ล็องส์ ค่อนข้างเป็นระบบและแข็งแกร่ง ผนวกกับสถิติเกมรับอันเหนียวแน่นของ นีซ ที่เก็บคลีนชีตมาในถ้วยนี้ ทว่าด้วยสภาพทีมเยือนที่ขาดความพร้อมในแนวรุก น่าจะส่งผลให้มีเพียงแค่ฝั่งเดียวเท่านั้นที่สามารถเจาะตาข่ายคู่แข่งได้
ทีมได้ประตูแรก : ล็องส์ - เนื่องจากพลพรรค "เลือด และ ทอง" กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่มั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม และน่าจะเป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้ากดดันแนวรับที่พิการของทีมเยือนได้ดีกว่า ก่อนจะอาศัยความเฉียบคมของตัวรุกพังประตูขึ้นนำไปก่อนได้สำเร็จ







