วิเคราะห์บอล กระชับมิตรทีมชาติ 2026 โครเอเชีย VS เบลเยี่ยม
วิเคราะห์บอล ทีเด็ดบอล พร้อมข้อมูลสถิติครบถ้วน อ่านฟรีทุกวันที่ UFA7979
วิเคราะห์บอล กระชับมิตรทีมชาติ 2026 โครเอเชีย VS เบลเยี่ยม


"ตราหมากรุก" ปรับหลังสามดวลเดือด "ปีศาจ แดง-ดำ" ลับแข้งบิ๊กแมตช์ทิ้งทวนก่อนบินล่าฝันบอลโลก
กระชับมิตรทีมชาติ | โครเอเชีย VS เบลเยี่ยม | วันอังคารที่ 02 มิถุนายน 2026
พรีวิว
สองทีมยักษ์ใหญ่แห่งยุโรปที่มักจะไปได้ไกลแต่ยังไม่ถึงฝั่งฝันโคจรมาเผชิญหน้ากันในเกมอุ่นเครื่องนัดสำคัญ โดย โครเอเชีย จะเปิดสนาม สตาดีโอน รูเยวีชา ต้อนรับการมาเยือนของ เบลเยี่ยม ซึ่งทั้งพลพรรค ตราหมากรุก และทัพ ปีศาจ แดง-ดำ ต่างกำลังเร่งเครื่องเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายเพื่อโอกาสในการลุ้นคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก ที่ อเมริกาเหนือ หลังจากที่ทั้งคู่เคยผ่านช่วงเวลาอันเจ็บปวดจากการพลาดหวังในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์หลายครั้งหลังสุด
แมตซ์ พรีวิว
โครเอเชีย
ทัพนักเตะมักจะก้าวขึ้นไปยืนบนโพเดียมแต่ยังไม่เคยไปถึงตำแหน่งแชมป์เลยสักครั้ง โดยตลอด 8 ปีที่ผ่านมาในทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติ ขุนพลจากฝั่งทะเลแอดริอาติกคว้าเหรียญเงินมาครองได้ 2 ครั้ง และเหรียญทองแดงอีก 1 ครั้ง ซึ่งรวมถึงการทะลุเข้าสู่รอบลึกในศึก ฟุตบอลโลก ถึงสองครั้ง และการคว้าตำแหน่งรองแชมป์รายการ เนชันส์ลีก อีกหนึ่งหน โดยชายผู้ควบคุมผลงานอันน่าทึ่งทั้งหมดนี้อย่าง ซลัตโก ดาลิช ยังคงทำหน้าที่กุมบังเหียนต่อไป หลังจากล่าสุดเพิ่งพาทีมผ่านรอบคัดเลือกศึก ฟุตบอลโลก 2026 ได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยผลงานชนะ 7 นัด และเสมอ 1 นัด จากการลงสนาม 8 แมตช์ โดยในรอบแรกที่ประเทศ สหรัฐอเมริกา พวกเขาจะต้องร่วมสายกับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง อังกฤษ, ปานามา และ กานา ในกลุ่ม แอล ซึ่งมีโปรแกรมดวลแข้งนัดเปิดสนามกับทัพ สิงโตคำราม ที่รัฐ เท็กซัส ในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ ทั้งนี้ ช่วงเวลาอุ่นเครื่องเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับศึก มุนเดียล ของเจ้าถิ่นเริ่มต้นแบบมีทั้งดีและร้ายเมื่อเดือนมีนาคม โดยสามารถพลิกสถานการณ์จากตามหลังกลับมาเอาชนะ โคลัมเบีย 2-1 ที่เมือง ออร์แลนโด ก่อนจะพลาดท่าพ่ายให้กับ บราซิล 3-1 ในสนามเดียวกัน ซึ่งความพ่ายแพ้ต่อลูกทีมของ คาร์โล อันเชลอตติ ในเกมนั้นส่งผลให้หยุดสถิติไร้พ่าย 9 นัดติดต่อกันและชนะรวด 4 เกมในทุกรายการลงไป แต่อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2023 ที่แพ้ให้กับ ตุรกี และ เวลส์ ทีมของ ซลัตโก ดาลิช ก็ยังไม่เคยปราชัยติดต่อกัน 2 นัดเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เบลเยี่ยม
ทางฝั่งทีมเยือนนับเป็นเวลา 106 ปีแล้วหลังจากความสำเร็จครั้งเดียวและครั้งล่าสุดในฟุตบอลชายชุดใหญ่คือการคว้าเหรียญทอง โอลิมปิก ปี 1920 ซึ่งหลังจากนั้นกลุ่มผู้เล่นที่ถูกขนานนามว่า "ฮีโร่เจเนอเรชัน" ของฟุตบอลเบลเยียมก็ยังไม่สามารถพาทีมไปถึงฝั่งฝันได้ตามที่คาดหวัง โดยทัพ ปีศาจ แดง-ดำ ต้องกระเด็นตกรอบแบ่งกลุ่มในศึก ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ และตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึก ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2024 ทำให้ชายผู้รับภารกิจในการนำความสำเร็จระดับเมเจอร์มาสู่กรุงบรัสเซลส์อย่าง รูดี การ์เซีย อดีตกุนซือทีมลียงและนาโปลี ยังไม่ได้มีจุดเริ่มต้นที่สวยหรูนัก แม้จะพาทีมชนะ 7 จาก 12 นัดแรกที่คุมทัพ ทว่าเขาก็สามารถพาทีมคว้าแชมป์กลุ่มในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกด้วยสถิติไร้พ่าย พร้อมทั้งช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการตกชั้นไปสู่ดิวิชันสองของรายการ เนชันส์ลีก หลังจากเบียดเอาชนะ ยูเครน 4-3 ในรอบเพลย์ออฟ ยิ่งไปกว่านั้น ลูกทีมของลามูชีเพิ่งจะโชว์ความเฉียบคมในเกมรุกด้วยการถล่มชนะ สหรัฐอเมริกา 5-2 ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อเดือนมีนาคม ก่อนจะทำได้เพียงเสมอกับ เม็กซิโก 1-1 ซึ่งผลการแข่งขันดังกล่าวช่วยยืดสถิติไร้พ่ายของทีมออกไปเป็น 11 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ โดยแดนหน้ากระหน่ำประตูไปถึง 38 ลูกในช่วงเวลาดังกล่าว แม้ว่าหลายประตูจะเกิดขึ้นในเกมที่พบกับทีมที่อ่อนชั้นกว่าอย่าง ลิกเตนสไตน์ ก็ตาม นอกจากนี้ พวกเขายังไม่แพ้ใครเลยตลอดการเผชิญหน้า 4 นัดหลังสุดกับโครเอเชีย โดยชัยชนะครั้งล่าสุดที่ทัพตราหมากรุกทำได้ในศึกเฮดทูเฮดคู่นี้ต้องย้อนไปในเกมกระชับมิตรปี 2010 จากการยิงประตูชัยของ นิโก ครานชาร์
ฟอร์มล่าสุด
โครเอเชีย (กระชับมิตรทีมชาติ) : ชนะ แพ้
โครเอเชีย (ทุกรายการ) : เสมอ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ แพ้
เบลเยี่ยม (กระชับมิตรทีมชาติ) : ชนะ เสมอ
เบลเยี่ยม (ทุกรายการ) : เสมอ ชนะ เสมอ ชนะ ชนะ เสมอ
สภาพความพร้อมของทีม
โครเอเชีย
ด้วยอายุอานามของ ลูก้า โมดริช ทำให้เกิดความไม่แน่นอนมาโดยตลอดว่าเขาจะมีส่วนร่วมในศึกฟุตบอลโลกหนนี้หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม มิดฟิลด์วัย 40 ปีรายนี้พร้อมที่จะสวมปลอกแขนกัปตันทีมนำทัพลุยศึกในช่วงซัมเมอร์นี้อย่างแน่นอน และเจ้าตัวต้องการลงสนามอีกเพียงแค่ 4 นัดเท่านั้นเพื่อทำสถิติรับใช้ชาติครบ 200 นัด โดย ลูก้า โมดริช ถือเป็นหนึ่งในสี่ผู้เล่นที่ลงสนามเกิน 100 นัดในขุมกำลังชุดนี้ร่วมกับ มาเตโอ โควาซิช, อิวาน เปริซิช และ อันเดรีย ครามาริช ซึ่งรายหลังสุดมีรายงานว่าต้องต่อสู้กับปัญหาบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านในมานานหลายเดือน แต่กุนซืออย่าง ซลัตโก ดาลิช ได้ออกมาลดกระแสความกังวลดังกล่าวแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น นายใหญ่เจ้าถิ่นยังยืนยันว่าเขามีแผนที่จะปรับมาใช้ระบบกองหลังสามตัวในเกมวันอังคารนี้ ซึ่งคาดว่าจะนำทัพโดย ยอสโก้ กวาร์ดิโอล กองหลังของสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลงประสานงานร่วมกับดาวรุ่งของสโมสร ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ อย่าง ลูก้า วูสโควิช
เบลเยี่ยม
ทีมเยือนมีผู้เล่นที่ผ่านการลงสนามรับใช้ชาติเกิน 100 นัดอยู่ในขุมกำลังชุดลุยฟุตบอลโลก 4 คนเช่นเดียวกัน โดยทั้ง โรเมลู ลูกากู, เควิน เดอ บรอยน์, อักเซล วิตเซล และ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ต่างถูกเรียกตัวเข้ามาติดทีมชุดนี้ทั้งหมด แม้ว่าในรายของกองหน้าตัวเก้าอย่าง โรเมลู ลูกากู จะต้องเผชิญกับปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนมาตลอดในฤดูกาล 2025-26 โดยหัวหอกรายนี้ผู้ซึ่งเคยพลาดโอกาสทองหลายครั้งในเกมพบโครเอเชียในศึก ฟุตบอลโลก 2022 ได้ลงสนามให้สโมสร นาโปลี ไปเพียงแค่ 7 นัดเท่านั้นในซีซันที่ผ่านมา และไม่ได้ลงเล่นอีกเลยนับตั้งแต่เดือนมีนาคมเนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ ทำให้เกมนี้ มาติอัส แฟร์นันเดซ-ปาร์โด้ ดาวยิงที่ยังไม่เคยลงเล่นให้ทีมชาติมาก่อนมีโอกาสที่จะได้รับเลือกให้ลงประเดิมสนามนัดแรกในฐานะตัวจริงที่แดนหน้า ขณะที่ เซโน เดอบาสต์ กองหลังเนื้อหอมของสโมสร สปอร์ติ้ง ลิสบอน มีชื่อติดทีมชุดนี้เช่นกันแม้ว่าเพิ่งจะมีอาการบาดเจ็บบริเวณต้นขา ส่วนในรายของ เลอันโดร ทรอสซาร์ ตัวรุกจากสโมสร อาร์เซนอล คาดว่าน่าจะยังไม่มีส่วนร่วมในเกมวันอังคารนี้เนื่องจากเพิ่งผ่านการลงเล่นในเกมนัดชิงชนะเลิศศึก แชมเปี้ยนส์ลีก มาได้ไม่นาน
คาดการณ์ผู้เล่น
โครเอเชีย : ลิวาโควิช; ปอนกราชิช, วูสโควิช, กวาร์ดิโอล; สตานิชิช, โมดริช, ม. ปาซาลิช, เปริซิช; ครามาริช, บาตูริน่า; บูดิเมียร์
เบลเยี่ยม : กูร์กตัวส์; กาสตัญ, เดอ วินเทอร์, เตอัต, เดอ คุยเปร์; ตีเลอมันส์, วิตเซล; แซเลแมเกอร์ส, เดอ บรอยน์, โดกู; แฟร์นันเดซ-ปาร์โด้
วิเคราะห์คาดการณ์
บิ๊กแมตช์ระหว่างสองยอดทีมแห่งยุโรปเป็นการทดลองทีมครั้งสำคัญก่อนบินไปลุยศึกใหญ่ที่ อเมริกาเหนือ โดยเจ้าถิ่น โครเอเชีย ของกุนซือ ซลัตโก ดาลิช เตรียมสลับมาใช้แท็กติกกองหลังสามตัวนำโดย ยอสโก้ กวาร์ดิโอล และดาวรุ่ง ลูก้า วูสโควิช เพื่อรับมือแนวรุกผู้มาเยือน แดนกลางยังมีกัปตันทีมวัยเก๋า ลูก้า โมดริช คอยควบคุมจังหวะเกมร่วมกับ มาเตโอ โควาซิช และ อิวาน เปริซิช แม้ว่าเกมนัดล่าสุดจะเพิ่งเสียท่าแพ้ บราซิล 3-1 หยุดสถิติชนะรวดลงไป แต่ภาพรวมพวกเขายังแข็งแกร่งและเล่นในบ้านได้เหนียวแน่น ทางด้าน เบลเยี่ยม ภายใต้การนำทัพของ รูดี การ์เซีย กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจหลังยืดสถิติไร้พ่ายมา 11 นัดติดต่อกันในทุกรายการ ล่าสุดเพิ่งถล่ม สหรัฐอเมริกา 5-2 และเสมอ เม็กซิโก 1-1 โดยแดนหน้ายิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำรวมถึง 38 ลูก แม้เกมนี้แนวรุกจะขาด เลอันโดร ทรอสซาร์ ที่เพิ่งเสร็จภารกิจนัดชิงแชมป์สโมสรยุโรป และกองหน้าตัวเก๋าอย่าง โรเมลู ลูกากู ที่ยังมีปัญหาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อรบกวนจนต้องหลีกทางให้ดาวรุ่งอย่าง มาติอัส แฟร์นันเดซ-ปาร์โด้ ลงประเดิมสนาม แต่พวกเขายังมีจอมทัพอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ และความจี๊ดจ๊าดของ โดกู คอยป่วน สถิติการเจอกันช่วงหลังพลพรรค ปีศาจ แดง-ดำ ทำได้ดีกว่าชัดเจนโดยไม่แพ้ให้โครเอเชียมา 4 เกมติดต่อกันแล้ว เมื่อพิจารณาจากเกมนี้ที่เจ้าถิ่นกำลังทดลองระบบหลังสามชุดใหม่ซึ่งอาจยังไม่ลงตัวสมบูรณ์แบบ ประกอบกับทีมเยือนที่มีเกมรุกหลากหลายจัดจ้านและพกสถิติไร้พ่ายยาวนาน คาดว่าทั้งสองทีมจะเปิดเกมแลกกันอย่างสูสี ก่อนที่ความเด็ดขาดของแผงมิดฟิลด์ทีมเยือนจะช่วยให้พวกเขาบุกมาเบียดคว้าชัยชนะไปได้ในท้ายที่สุด
คาดการณ์สกอร์ : โครเอเชีย 1-2 เบลเยี่ยม
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ทีมชนะ: เบลเยี่ยม - ทีมเยือนมีสถิติที่ยอดเยี่ยมด้วยการไม่แพ้ใครมา 11 นัดติดต่อกันในทุกรายการ และฟอร์มการเจอกัน 4 นัดหลังสุดพวกเขาก็ไม่เคยเพลี่ยงพล้ำให้โครเอเชียเลย ยิ่งเจ้าบ้านกำลังปรับแท็กติกมาใช้หลังสามหน้าใหม่อาจทำให้เกิดช่องว่างให้แดนกลางอันตรายอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ เจาะเข้าทำจนเบียดชนะสอดคล้องกับสกอร์คาดการณ์
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง - ทั้งสองทีมต่างมีสถิติแนวรุกที่ดุดัน โดยทีมเยือนยิงไปถึง 38 ประตูในช่วงไร้พ่ายและเพิ่งถล่มสหรัฐอเมริกามา 5 ประตู ขณะที่เจ้าบ้านเพิ่งแพ้บราซิลมา 3-1 สถิติเกมอุ่นเครื่องที่เน้นเปิดเกมรุกทดลองระบบของทั้งคู่จะทำให้มีสกอร์รวมเกิดขึ้นเกินเรต
Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ - โครเอเชีย มีแกนหลักในแนวรุกอย่าง อันเดรีย ครามาริช และ อิวาน เปริซิช ที่พร้อมสร้างสรรค์สกอร์ในบ้าน ขณะที่ เบลเยี่ยม มีสถิติเกมรุกที่จัดจ้านยิงได้ต่อเนื่องแต่เกมรับก็เสียประตูในนัดล่าสุดที่เสมอเม็กซิโก 1-1 คาดว่าต่างฝ่ายต่างมีดีพอที่จะเจาะตาข่ายกันได้ทั้งสองฝั่ง
ทีมได้ประตูแรก : เบลเยี่ยม - ด้วยโมเมนตัมของทีมเยือนที่กำลังมั่นใจสุดๆ จากสถิติไร้พ่ายยาวนาน ประกอบกับแนวรุกที่มีความเร็วและจัดจ้านอย่าง โดกู น่าจะใช้ความเร็วเล่นงานระบบกองหลังสามตัวที่ยังไม่เข้าที่เข้าทางของเจ้าถิ่นและพังประตูออกนำไปก่อนได้สำเร็จ







