วิเคราะห์บอล ลาลีกา สเปน 2025-26 เรอัล มาดริด VS แอธเลติก บิลเบา
วิเคราะห์บอล ทีเด็ดบอล พร้อมข้อมูลสถิติครบถ้วน อ่านฟรีทุกวันที่ UFA7979

วิเคราะห์บอล ทีเด็ดบอล พร้อมข้อมูลสถิติครบถ้วน อ่านฟรีทุกวันที่ UFA7979

"ราชันชุดขาว" เตรียมปรับทัพบด "สิงห์บาสก์" หวังเก็บชัยทิ้งทวนอำลากุนซือ
ลาลีกา สเปน | เรอัล มาดริด VS แอธเลติก บิลเบา | เกมสัปดาห์ที่ 38 (นัดสุดท้าย) | วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2026
พรีวิว
ทัพ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด เตรียมความพร้อมที่จะลงสนามทำศึกนัดปิดฤดูกาลเพื่อกู้หน้าหลังจากต้องพบกับฤดูกาลอันน่าผิดหวังในศึก ลาลีกา สเปน ประจำซีซั่น 2025-26 โดยพวกเขามีคิวเปิดรังเหย้าต้อนรับการมาเยือนของทีมอันดับ 12 ของตารางคะแนนอย่าง สิงห์บาสก์ แอธเลติก บิลเบา ในคืนวันเสาร์นี้ ซึ่งเกมนี้นอกจากจะเป็นนัดสุดท้ายของฤดูกาลแล้ว ยังเป็นเกมนัดอำลาตำแหน่งของกุนซือทั้งสองฝั่งอีกด้วย โดยทีมเยือนอย่าง แอธเลติก บิลเบา แน่นอนแล้วว่าจะไม่มีโปรแกรมไปลุยฟุตบอลถ้วยยุโรปในฤดูกาล 2026-27 ที่จะถึงนี้
แมตซ์ พรีวิว
เรอัล มาดริด
เส้นทางการคุมทีมของ อัลบาโร่ อาร์เบลัว ในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนของ เรอัล มาดริด กำลังจะสิ้นสุดลงในวันเสาร์นี้ โดยคาดกันว่า โชเซ่ มูรินโญ่ จะได้รับการประกาศแต่งตั้งให้เข้ามาทำหน้าที่แทนในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นการกลับมาคุมทีมในถิ่นเบอร์นาเบวอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่คือฤดูกาลที่น่าผิดหวังอย่างยิ่งสำหรับทัพ ราชันชุดขาว เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถคว้าถ้วยรางวัลใดๆ มาครองได้เลย และต้องจบอันดับด้วยการเป็นรองแชมป์ลีกที่ทำคะแนนตามหลังทีมแชมป์อย่าง บาร์เซโลน่า ห่างถึง 11 คะแนน โดยคู่ปรับตลอดกาลปาดหน้าคว้าแชมป์ไปครองได้ตั้งแต่ศึก เอล กลาซิโก้ เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม ลูกทีมของ อัลบาโร่ อาร์เบลัว เพิ่งจะเรียกความมั่นใจกลับมาได้จากเกมล่าสุดที่บุกไปเฉือนชนะ เซบีญ่า 1-0 และผลงานการเล่นในบ้านของพวกเขายังคงแข็งแกร่งตามมาตรฐาน โดยเก็บไปได้ถึง 46 คะแนนจากการลงเล่น 18 นัดในบ้าน ซึ่งมีเพียงแค่ บาร์เซโลน่า เท่านั้นที่มีสถิติในบ้านเหนือกว่า นอกจากนี้สถิติการเจอกันในฤดูกาลนี้ เรอัล มาดริด ก็เคยบุกไปถล่มเอาชนะมาได้ก่อนถึง 3-0 ส่วนการเจอกันในบ้านเมื่อฤดูกาล 2024-25 ก็เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 1-0 โดยสโมสรไม่เคยแพ้ให้คู่แข่งทีมนี้ในบ้านตัวเองเลยนับตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2021 และในประวัติศาสตร์สโมสรพวกเขาก็เอาชนะคู่แข่งรายนี้ไปได้ถึง 125 ครั้งจากการเจอกันทั้งหมด 249 นัด
แอธเลติก บิลเบา
ทีมเยือนเพิ่งจะทำได้เพียงแค่เปิดบ้านเสมอกับ เซลต้า บีโก้ 1-1 ในเกมนัดล่าสุด ส่งผลให้ความหวังอันริบหรี่ที่จะลุ้นทำแต้มเบียดแย่งตั๋วไปลุยฟุตบอลถ้วยยุโรปในเกมนัดสุดท้ายต้องพังทลายลงไปทันที โดยทัพ สิงห์บาสก์ ฟอร์มช่วงหลังแผ่วลงไปอย่างน่าใจหายหลังเก็บได้เพียงคะแนนเดียวเท่านั้นจาก 3 นัดหลังสุด จนทำให้อันดับร่วงลงมาอยู่ที่ 12 ของตารางคะแนน แม้ว่าในสุดสัปดาห์นี้ลูกทีมของ เอร์เนสโต บัลเบร์เด้ จะมีโอกาสทำแต้มขึ้นไปเท่ากับทีมอันดับ 7 อย่าง เกตาเฟ่ ที่ 48 คะแนนได้ก็ตาม แต่พวกเขาก็มีสถิติการเจอกันแบบเฮดทูเฮดที่เสียเปรียบทีมจากเมืองหลวง ทำให้หมดสิทธิ์ไปลุยยุโรปอย่างเด็ดขาดแล้ว ซึ่งเกมนี้นับเป็นนัดสุดท้ายในการกุมบังเหียนของกุนซือวัย 62 ปีที่จะก้าวลงจากตำแหน่งในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยสโมสรได้ประกาศตั้ง เอดิน เทอร์ซิช เข้ามาทำหน้าที่แทนเรียบร้อยแล้วด้วยสัญญาจนถึงปี 2028 หลังจากที่เจ้าตัวว่างงานนับตั้งแต่แยกทางกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เมื่อเดือนมิถุนายนปี 2024 ซึ่งหากเปรียบเทียบกับฤดูกาลก่อนที่ทีมเคยจบถึงอันดับ 4 จนได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ถือว่าผลงานในฤดูกาลนี้ตกลงไปอย่างน่าใจหาย
ฟอร์มล่าสุด
เรอัล มาดริด (ลาลีกา) : เสมอ ชนะ แพ้ เสมอ ชนะ ชนะ
แอธเลติก บิลเบา (ลาลีกา) : ชนะ แพ้ ชนะ แพ้ แพ้ เสมอ
สภาพความพร้อมของทีม
เรอัล มาดริด
เรอัล มาดริด จะหมดสิทธิ์ใช้งานดาวยิงตัวเก่งอย่าง วินิซิอุส จูเนียร์ ค่อนข้างแน่นอนแล้ว เนื่องจากนักเตะต้องเดินทางไปสมทบกับแคมป์ทีมชาติบราซิลเพื่อเตรียมความพร้อมลุยศึก ฟุตบอลโลก 2026 นอกจากนี้ทีมยังประสบปัญหานักเตะบาดเจ็บอีกเพียบ โดยจะไม่มี โรดรีโก้ ที่เจ็บเข่า, อาร์ดา กูแลร์ ที่เจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง, เอแดร์ มิลิเตา ที่เจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง และ แฟร์ล็องด์ เมนดี้ ที่เจ็บต้นขา ทว่าข่าวดีคือทีมจะได้ตัวกัปตันทีมอย่าง เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ สลัดอาการบาดเจ็บบริเวณศีรษะจากการปะทะกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง โอเรเลียง ชูอาเมนี่ กลับมาคุมเกมแดนกลางร่วมกันได้ทันเวลา ส่วนแนวรุกการขาดหายไปของดาวยิงบราซิเลียนจะเปิดโอกาสให้ดาวรุ่งอย่าง ฟรานโก้ มัสตานตูโอโน่ ได้ลงสนามขับเคลื่อนเกมรุกร่วมกับ บราฮิม ดีอาซ และ คิเลียน เอ็มบัปเป้
แอธเลติก บิลเบา
ความพร้อมของทีมเยือนในแมตช์นี้จะขาดผู้เล่นแกนหลักอย่าง นิโก้ วิลเลียมส์ ที่มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง, โออิฮาน ซานเซ็ต ที่เจ็บกล้ามเนื้อ รวมถึงกองหลังอย่าง ยูริ แบร์ชิเช่ ที่ติดโทษแบนหมดสิทธิ์ลงสนามแน่นอน ขณะเดียวกันสโมสรยังต้อง รอเช็คความฟิต ของผู้เล่นอีกหลายราย ไม่ว่าจะเป็น อูไน เอกิลุซ ที่เจ็บเข่า, อูไน โกเมซ ที่เจ็บกล้ามเนื้อ, ดานี่ วิเวียน ที่เจ็บข้อเท้า และ เบญัต ปราโดส ที่มีอาการบาดเจ็บเข่ารบกวน ส่วนในตำแหน่งเกมรุกริมเส้นคาดว่า อินญากี้ วิลเลียมส์ และ อเล็กซ์ เบเรนเกร์ จะได้รับหน้าที่ลงสนามวาดลวดลายตามเดิม โดยอาจจะมีการปรับเปลี่ยนถอดบางตำแหน่งเพื่อส่ง โรเบิร์ต นาวาร์โร่ ลงมาสร้างสรรค์เกมในแดนหน้าร่วมล่าตาข่าย
คาดการณ์ผู้เล่น
เรอัล มาดริด : กูร์ตัวส์; อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, รูดิเกอร์, ไฮเซิน, ฟราน การ์เซีย; บัลเบร์เด้, ชูอาเมนี่, เบลลิงแฮม; บราฮิม, เอ็มบัปเป้, มัสตานตูโอโน่
แอธเลติก บิลเบา : ซิมอน; โกโรซาเบล, อัลวาเรซ, ลาปอร์กต์, บัวโร่; รุยซ์ เด กาลาร์เรต้า, ฆูเรกิซาร์; อินญากี้ วิลเลียมส์, นาวาร์โร่, เบเรนเกร์; กูรูเซต้า
วิเคราะห์คาดการณ์
แม้ว่าทัพ ราชันชุดขาว จะต้องเจอกับปัญหาสภาพทีมที่ไม่สมบูรณ์เนื่องจากจะไม่มีผู้เล่นตัวหลักอย่าง วินิซิอุส จูเนียร์ ที่เดินทางไปร่วมแคมป์ทีมชาติ รวมถึงพวกที่บาดเจ็บอย่าง โรดรีโก้, อาร์ดา กูแลร์, เอแดร์ มิลิเตา และ แฟร์ล็องด์ เมนดี้ ทว่าการได้กัปตันทีมอย่าง เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ หายเจ็บกลับมาช่วยคุมแดนกลางร่วมกับ โอเรเลียง ชูอาเมนี่ และ จู๊ด เบลลิงแฮม จะช่วยให้ทีมยังคงมีความแข็งแกร่ง ยิ่งไปกว่านั้นเกมรุกยังมีทีเด็ดจาก คิเลียน เอ็มบัปเป้ และ บราฮิม ดีอาซ คอยล่าตาข่าย สวนทางกับทีมเยือนอย่าง แอธเลติก บิลเบา ที่เจอปัญหาหนักไม่แพ้กันเมื่อจะไม่มีตัวรุกระดับโลกอย่าง นิโก้ วิลเลียมส์ และ โออิฮาน ซานเซ็ต แถมแนวรับอย่าง ยูริ แบร์ชิเช่ ก็ติดโทษแบน และยังมีผู้เล่นอีกหลายรายรวมถึงกองหลังคนสำคัญอย่าง ดานี่ วิเวียน ที่ยังต้อง รอเช็คความฟิต ประกอบกับแรงจูงใจของทีมเยือนหมดลงไปแล้วหลังจากพลาดตั๋วฟุตบอลยุโรปในเกมนัดล่าสุด ผิดกับเจ้าถิ่นที่ต้องการคว้าชัยชนะในบ้านเพื่อเป็นการอำลากุนซือ อัลบาโร่ อาร์เบลัว และรักษาทำเนียบสถิติการเล่นในรังเหย้าอันยอดเยี่ยมที่เก็บได้ถึง 46 คะแนนในฤดูกาลนี้ คาดว่าเกมนี้ เรอัล มาดริด ที่มีความเฉียบคมและขุมกำลังทดแทนที่ดีกว่า จะเปิดเกมรุกเข้าใส่ก่อนจะอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของแนวรุกบดเอาชนะทีมเยือนจากแคว้นบาสก์ไปได้ตามคาด
คาดการณ์สกอร์ : เรอัล มาดริด 2-1 แอธเลติก บิลเบา
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ทีมชนะ : เรอัล มาดริด - เจ้าบ้านมีสถิติการลงเล่นในรังเหย้าที่แข็งแกร่งอย่างมากในฤดูกาลนี้ โดยโกยคะแนนไปได้ถึง 46 คะแนนจากการลงสนาม 18 นัด ยิ่งไปกว่านั้นสถิติการเจอกันที่สนามซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ทัพ ราชันชุดขาว ก็ข่มมิดด้ามโดยไม่พลาดท่าแพ้ให้คู่แข่งรายนี้มาตั้งแต่ปี 2021 ประกอบกับทีมเยือนอย่าง แอธเลติก บิลเบา เพิ่งจะอกหักพลาดตั๋วไปเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรปในเกมนัดล่าสุดทำให้หมดไฟในการเล่นไปเรียบร้อยแล้ว จึงเชื่อว่าเจ้าถิ่นจะเบียดคว้าชัยส่งท้ายได้สำเร็จ
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง - แม้ว่าทาง เรอัล มาดริด จะขาดตัวรุกคนสำคัญอย่าง วินิซิอุส จูเนียร์ และ โรดรีโก้ แต่พวกเขาก็ยังมีดาวยิงระดับโลกอย่าง คิเลียน เอ็มบัปเป้ พร้อมลงสนามล่าตาข่าย ประกอบกับแนวรับของทีมเยือนอย่าง แอธเลติก บิลเบา กำลังมีปัญหาอย่างหนักเมื่อจะไม่มี ยูริ แบร์ชิเช่ ที่ติดโทษแบน และ ดานี่ วิเวียน ที่ยังต้อง รอเช็คความฟิต ทำให้น่าจะต้านทานความหลากหลายในเกมรุกของเจ้าถิ่นได้ยาก และมีโอกาสที่จะเกิดประตูรวมกันเกิน 2.5 ประตู
Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ - แม้ว่าทัพ สิงห์บาสก์ จะขาดผู้เล่นแกนหลักในแนวรุกอย่าง นิโก้ วิลเลียมส์ ไป แต่พวกเขาก็ยังมีตัวเก๋าอย่าง อินญากี้ วิลเลียมส์ และ กอร์ก้า กูรูเซต้า ที่พร้อมสอดแทรกขึ้นมาพังประตู สวนทางกับเจ้าบ้าน เรอัล มาดริด ที่สภาพเกมรับในแมตช์นี้ไม่สมบูรณ์เนื่องจากจะขาดเซนเตอร์แบ็กอย่าง เอแดร์ มิลิเตา และแบ็กซ้ายอย่าง แฟร์ล็องด์ เมนดี้ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนทั้งคู่ ทำให้อาจจะมีความหละหลวมและเปิดโอกาสให้ทีมเยือนบุกมาพังประตูได้เช่นกัน
ทีมได้ประตูแรก : เรอัล มาดริด - ทัพ ราชันชุดขาว มักจะทำผลงานได้อย่างดุดันยามลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลตัวเองในถิ่นเบอร์นาเบว ประกอบกับการได้มิดฟิลด์ตัวหลักอย่าง เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ กลับมาฟิตสมบูรณ์คอยขับเคลื่อนเกมร่วมกับ จู๊ด เบลลิงแฮม น่าจะทำให้เจ้าถิ่นเป็นฝ่ายครองเกมบุกกดดันเข้าใส่แนวรับที่กำลังระส่ำระสายของ แอธเลติก บิลเบา ได้ตั้งแต่ต้นเกม และน่าจะเป็นฝ่ายพังประตูออกนำไปก่อนได้อย่างรวดเร็ว