วิเคราะห์บอล บอลโลก 2026 เนเธอร์แลนด์ VS ญี่ปุ่น
วิเคราะห์บอล ทีเด็ดบอล พร้อมข้อมูลสถิติครบถ้วน อ่านฟรีทุกวันที่ UFA7979

วิเคราะห์บอล ทีเด็ดบอล พร้อมข้อมูลสถิติครบถ้วน อ่านฟรีทุกวันที่ UFA7979


"อัศวินสีส้ม" ระส่ำขาขาดแกนหลักเผชิญหน้า "ซามูไรบูล" ญี่ปุ่น ที่กำลังท็อปฟอร์มชนะรวด 6 นัดติดศึกกรุ๊ปเอฟ
บอลโลก 2026 | เนเธอร์แลนด์ VS ญี่ปุ่น (สนามกลาง) | นัดที่ 1 | วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2026
พรีวิว
การแข่งขันบอลโลก 2026 ประเดิมความมันในสนามแรกของกลุ่ม เอฟ ยอดทีมแกร่งจากสองทวีปอย่าง เนเธอร์แลนด์ และ ญี่ปุ่น พร้อมแล้วที่จะเปิดฉากฟาดแข้งนัดแรกของพวกเขา ณ เมืองดัลลัส ในคืนวันอาทิตย์นี้ โดยในกลุ่มนี้นอกจากทั้งสองทีมแล้ว ยังมีเพื่อนร่วมสายอย่าง สวีเดน และ ตูนีเซีย ซึ่งเป้าหมายหลักของทุกทีมคือการจบอันดับหนึ่งและสองของกลุ่มเพื่อการันตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ต่อไป
แมตซ์ พรีวิว
เนเธอร์แลนด์
หลังจากที่ทำผลงานผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ยูโร 2024 รวมถึงการผ่านเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศในศึกฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดและศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ทัพ"อัศวินสีส้ม" เดินทางมาลุยศึกครั้งนี้โดยมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมคือนการคว้าแชมป์โลกที่พวกเขายังไม่เคยสัมผัสมาครองให้ได้ โดยนี่เป็นการลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 12 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร ซึ่งที่ผ่านมาคงไม่มีชาติใดที่ต้องเจ็บปวดกับการเป็นได้เพียงแค่รองแชมป์โลกบ่อยครั้งที่สุดโดยไม่เคยได้ชูถ้วยรางวัลเลย หลังจากอกหักในนัดชิงชนะเลิศปี 1974, 1978 และปี 2010 แต่อย่างไรก็ตาม ภารกิจแรกที่ต้องทำคือการผ่านรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งประวัติศาสตร์ระบุชัดว่าพวกเขามีสถิติที่แข็งแกร่งในรอบนี้โดยไม่แพ้ใครเลยในรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกมา 16 นัดติดต่อกัน นับย้อนไปตั้งแต่ปี 1994
หากย้อนเวลากลับไปในปีนั้น โรนัลด์ คูมัน ลงเล่นในฐานะกัปตันทีมชาติเนเธอร์แลนด์ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดบนแผ่นดินอเมริกา และในครั้งนี้เขากลับมาในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนเพื่อนำบ้านเกิดลุยศึกฟุตบอลโลกที่อเมริกาเหนืออีกครั้ง ทว่าผลงานในรอบคัดเลือกที่ผ่านมาของพวกเขาค่อนข้างทุลักทุเลและไม่น่าประทับใจนัก โดยเบียดผ่าน โปแลนด์ มาได้อย่างหวุดหวิด แถมเกมอุ่นเครื่องนัดส่งท้ายในรังเหย้าเดอ ไคป์ พวกเขายังพลาดท่าพ่ายให้กับ แอลจีเรีย ยุติสถิติไร้พ่าย 10 นัดติดต่อกันลงอย่างน่าเจ็บใจ จากนั้นพวกเขาเดินทางมาที่นิวยอร์กเพื่อลงเล่นเกมกระชับมิตรแบบปิดไม่มีผู้ชมกับ อุซเบกิสถาน ที่สนามไอคาห์ สเตเดียม ซึ่งเกมนั้นต้องพึ่งพาสองจุดโทษของ โคดี้ กัคโป โดยประตูชัยเกิดขึ้นในช่วงท้ายเกมนาทีทดเจ็บซัดเฉือนชนะทีมน้องใหม่ไปได้ ทำให้เกมนัดนี้ โรนัลด์ คูมัน หวังว่าลูกทีมจะโชว์ฟอร์มการเล่นที่ไหลลื่นและยอดเยี่ยมกว่าเดิม
ญี่ปุ่น
ทางด้านทัพ"ซามูไรบูล" มหาอำนาจลูกหนังที่ไร้เทียมทานจากทวีปเอเชีย กำลังเดินทางเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 8 ติดต่อกัน แต่อย่างไรก็ตาม สถิติที่ผ่านมาพวกเขายังไม่เคยผ่านทะลุไปได้ไกลกว่ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเลย แม้กระทั่งในตอนที่เป็นเจ้าภาพร่วมเมื่อปี 2002 ปัจจุบันพวกเขารั้งอันดับ 18 ของโลก ซึ่งตามหลังคู่แข่งในเกมนัดเปิดสนามนี้เพียงแค่ 10 อันดับเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ลูกทีมของ ฮาจิเมะ โมริยาสุ เดินทางมาลุยศึกครั้งนี้ด้วยฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงเกินห้ามใจจากการคว้าชัยชนะในเกมอุ่นเครื่องมา 6 นัดติดต่อกัน
ในการเดินหน้าเก็บชัยชนะรวดขุนพลแดนปลาดิบสามารถโค่นทีมยักษ์ใหญ่อย่าง บราซิล และ อังกฤษ มาได้ ทำให้โมเมนตัมของทีมกำลังยอดเยี่ยมสุดขีดหลังจากโชว์ฟอร์มโหดในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนเอเชีย ด้วยการถล่มประตูคู่แข่งไปถึง 54 ลูก ซึ่งถือเป็นสถิติที่มากที่สุดในบรรดาประเทศจากโซนเอเอฟซี และเป็นทีมแรกที่คว้าตั๋วมาสมทบกับสามชาติเจ้าภาพร่วม นอกเหนือจากเกมรุกที่ดุดันแล้ว เกมรับของพวกเขายังเหนียวแน่นเป็นหินผาโดยเสียไปเพียงแค่ 3 ประตูเท่านั้นตลอดรอบคัดเลือก แสดงให้เห็นถึงระบบทีมและความสามัคคีที่ยอดเยี่ยมจนทำให้แฟนบอลคาดหวังถึงการสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบลึกๆ ในฤดูร้อนนี้ อีกทั้งสถิติในศึกกาตาร์ 2022 พวกเขาก็เคยเผาเครื่องทีมยักษ์ใหญ่ยุโรปมาแล้วทั้ง เยอรมนี และ สเปน ในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะไปพ่าย โครเอเชีย ในการดวลจุดโทษอย่างน่าเสียดาย โดยเกมนัดนี้จะเป็นการเจอกับเนเธอร์แลนด์ ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ ต่อจากปี 2010 ที่พวกเขาเคยพ่ายไป 0-1
ฟอร์มล่าสุด
เนเธอร์แลนด์ (ทุกรายการ) : เสมอ ชนะ ชนะ เสมอ แพ้ ชนะ
ญี่ปุ่น (ทุกรายการ) : ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ
สภาพความพร้อมของทีม
เนเธอร์แลนด์
ความพร้อมของทัพเนเธอร์แลนด์ ต้องเผชิญข่าวร้ายอย่างหนักในแคมป์เก็บตัวเมื่อผู้รักษาประตูมือหนึ่งอย่าง บาร์ต แฟร์บรูคเคิน ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณสะโพกจากการฝึกซ้อมเกมนัดอุ่นเครื่องนัดสุดท้าย ส่งผลให้กุนซือคูมันต้องเจอสถานการณ์ลำบากในการตัดสินใจครั้งใหญ่สุดสัปดาห์นี้ โดยคาดว่า มาร์ค เฟลคเก้น นายทวารจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน น่าจะได้ลงทำหน้าที่เฝ้าเสาเป็นตัวจริงแทน โดยมี โรบิน รูฟส์ คอยสแตนด์บายเป็นมือสาม นอกจากนี้ทีมยังต้องชวดใช้งาน ยูร์เรียน ทิมเบอร์ กองหลังตัวเก่งจาก อาร์เซนอล ที่ต้องถอนตัวออกจากทีมไปก่อนหน้านี้ รวมถึง เยอร์ดี้ เชาเทิน ที่โชคร้ายเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาดซ้ำร้ายยังต้องขาด แมทเธียส เดอ ลิกต์ และเพลย์เมกเกอร์ตัวสร้างสรรค์เกมคนสำคัญอย่าง ชาบี ซิมอนส์ ไปจากอาการบาดเจ็บเช่นกัน ส่วนตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าจะเป็นการแย่งชิงกันของสองดาวยิง โดย เมมฟิส เดปาย เจ้าของสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมที่ทำไป 12 ประตูในรอบคัดเลือก พร้อมเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงกับ ดอนเยลล์ มาเลน ที่กำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มร้อนแรงกับสโมสร โรม่า
ญี่ปุ่น
ขณะที่ความพร้อมของฝั่งญี่ปุ่น จะหมดสิทธิ์ใช้งานกัปตันทีมคนสำคัญอย่าง วาตารุ เอ็นโด ที่สร้างความช็อกด้วยการประกาศอำลาสนามทีมชาติอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ไม่สามารถฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บที่บริเวณเท้าได้ทันเวลา รวมถึงปีกตัวจี๊ดอย่าง คาโอรุ มิโตมะ ก็เป็นอีกหนึ่งรายที่พลาดการเดินทางมาลุยศึกครั้งนี้เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน ทว่ากุนซือ ฮาจิเมะ โมริยาสุ ยังคงมีขุมกำลังแนวรุกที่อันตรายทดแทน โดยเตรียมส่ง ทาเคฟุซะ คุโบะ และ จุนยะ อิโตะ ลงทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกคอยสนับสนุนอยู่ด้านหลังกองหน้าตัวเป้าอย่าง อายาเสะ อุเอดะ ซึ่งประสานงานสามคนนี้ทำสถิติร่วมกันทำประตูและแอสซิสต์ในรอบคัดเลือกไปถึง 33 ครั้ง นอกเหนือจากนี้ ยูโตะ นากาโตโมะ ฟูลแบ็กจอมเก๋าวัย 39 ปีที่มีชื่ออยู่ในทีมชุดนี้และคาดว่าจะนั่งเป็นสำรอง มีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นผู้เล่นชาวเอเชียคนแรกที่ได้ลงสนามแข่งขันในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายถึง 5 สมัย
คาดการณ์ผู้เล่น
เนเธอร์แลนด์ : แฟร์บรูคเคิน; ดุมฟรีส์, ฟาน เฮคเก้, ฟาน ไดจ์ค, ฟาน เดอ เวน; เดอ ยอง, กราเวนเบิร์ช; ซัมเมอร์วิลล์, ไรน์เดอร์ส, กัคโป; เดปาย
ญี่ปุ่น : ซูซูกิ; ทานิกุจิ, วาตานาเบะ, ฮ. อิโตะ; โดอัน, คามาดะ, ทานากะ, นากามูระ; จ. อิโตะ, คุโบะ; อุเอดะ
วิเคราะห์คาดการณ์
ศึกบิ๊กแมตช์ที่สนามกลางนัดนี้คาดว่าจะเป็นเกมที่สู้กันได้อย่างสนุกและพลิกผันได้ตลอดเวลา ทัพ"อัศวินสีส้ม" แม้จะมีชื่อชั้นและอันดับโลกที่เหนือกว่า แต่สภาพทีมก่อนลงสนามนัดนี้ระส่ำระส่ายอย่างหนักจากการขาดผู้เล่นแกนหลักไปหลายราย โดยเฉพาะในรายของผู้รักษาประตูมือหนึ่งอย่าง บาร์ต แฟร์บรูคเคิน ที่บาดเจ็บกะทันหัน รวมถึงเซนเตอร์อย่าง แมทเธียส เดอ ลิกต์ และมิดฟิลด์ตัวเก่ง ชาบี ซิมอนส์ ทำให้ความแข็งแกร่งและสมดุลของทีมลดน้อยลงไปอย่างชัดเจน สวนทางกับทัพ"ซามูไรบูล" ที่กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มที่ท็อปฟอร์มสุดขีดหลังคว้าชัยชนะเกมอุ่นเครื่องมา 6 นัดรวด ซึ่งรวมถึงการล้มทีมใหญ่อย่างบราซิลและอังกฤษ ขุมกำลังแนวรุกของพวกเขานำโดย ทาเคฟุซะ คุโบะ และ อายาเสะ อุเอดะ มีความรวดเร็วและจัดจ้านเป็นอย่างมาก อีกทั้งสถิติในฟุตบอลโลกครั้งก่อนพวกเขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่กลัวทีมจากยุโรป แม้ว่าญี่ปุ่นจะขาด วาตารุ เอ็นโด แต่ระบบทีมที่ ฮาจิเมะ โมริยาสุ วางไว้ยังคงเหนียวแน่นเสียประตูน้อยมาก คาดว่าเกมนี้ญี่ปุ่นจะใช้ความฟิตและความเร็วเข้าบดบี้แผงหลังเนเธอร์แลนด์ที่มีช่องโหว่ ก่อนจะอาศัยจังหวะสวนกลับที่เฉียบคมพลิกเอาชนะทีมแกร่งจากยุโรปไปได้แบบสุดช็อก
คาดการณ์สกอร์ : เนเธอร์แลนด์ 1-2 ญี่ปุ่น
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ทีมชนะ: ญี่ปุ่น - ขุนพลแดนปลาดิบกำลังอยู่ในช่วงที่มั่นใจสุดขีดหลังคว้าชัยชนะมา 6 นัดติดต่อกันรวมถึงการเอาชนะทีมระดับโลกมาได้ ต่างจากเนเธอร์แลนด์ ที่สภาพทีมพิการอย่างหนักขาดผู้เล่นตัวหลักทั้ง บาร์ต แฟร์บรูคเคิน, แมทเธียส เดอ ลิกต์ และ ชาบี ซิมอนส์ ย่อมทำให้ความแข็งแกร่งลดลงและเปิดโอกาสให้ญี่ปุ่นเบียดคว้าชัย
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง - แนวรุกของญี่ปุ่น มีความจัดจ้านและเฉียบคมเป็นอย่างมากโดยถล่มประตูมาอย่างต่อเนื่องในรอบคัดเลือก ขณะที่เนเธอร์แลนด์ แม้จะขาดแกนหลักแต่แดนหน้ายังมี โคดี้ กัคโป และ เมมฟิส เดปาย คอยขู่ ประกอบกับเกมนี้เนเธอร์แลนด์ต้องใช้ผู้รักษาประตูสำรองทำให้มีโอกาสเสียประตูง่าย สกอร์รวมน่าจะเกินสองประตู
Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ - ด้วยระบบเกมรุกที่ดุดันของทั้งสองฝ่าย ฝั่งอัศวินสีส้มยังมีทีเด็ดจาก โคดี้ กัคโป ที่ฟอร์มดีซัดจุดโทษมาในนัดก่อน ส่วนทัพซามูไรบูลก็มีแนวรุกที่ความเร็วสูงพร้อมปั่นป่วนแผงหลังคู่แข่ง อีกทั้งทั้งสองทีมต่างมีปัญหานักเตะแกนหลักในเกมรับบาดเจ็บ ทำให้มีโอกาสสูงที่จะเสียประตูด้วยกันทั้งคู่
ทีมได้ประตูแรก : ญี่ปุ่น - ด้วยความรวดเร็วและความคล่องตัวในแดนกลางนำโดย ทาเคฟุซะ คุโบะ และ จุนยะ อิโตะ จะช่วยให้ทีมเปิดเกมรุกเข้ากดดันแผงหลังของเนเธอร์แลนด์ ที่ยังปรับระบบได้ไม่ลงตัวทันทีตั้งแต่เริ่มเกม และน่าจะชิงจังหวะความผิดพลาดพังประตูขึ้นนำร่องไปก่อนได้สำเร็จ