วิเคราะห์บอล บอลโลก 2026 สวิตเซอร์แลนด์ VS บอสเนีย
วิเคราะห์บอล ทีเด็ดบอล พร้อมข้อมูลสถิติครบถ้วน อ่านฟรีทุกวันที่ UFABET7979

วิเคราะห์บอล ทีเด็ดบอล พร้อมข้อมูลสถิติครบถ้วน อ่านฟรีทุกวันที่ UFABET7979


"แดนนาฬิกา" จัดหนักหวังกู้หน้าท้าดวล "ทัพมังกร" ที่ไร้พ่ายมาเก้านัดซ้อนศึกบอลโลกกลุ่มบีนัดสอง!
บอลโลก 2026 | สวิตเซอร์แลนด์ VS บอสเนีย (สนามกลาง) | กลุ่ม B นัดที่ 2 | วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2026 | เวลา 02:00
พรีวิว
สวิตเซอร์แลนด์ มีคิวดวลแข้งกับ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ที่สนาม โซไฟ สเตเดียม ใน ลอสแอนเจลิส สำหรับการแข่งขันนัดที่สองในศึก ฟีฟ่า เวิลด์คัพ หนนี้ โดยในแมตช์เปิดสนามที่ผ่านมา ทัพ แดนนาฬิกา โดนตีเสมอในช่วงท้ายเกมทำให้เสมอกับ กาตาร์ ไป 1-1 ขณะที่ทัพ มังกร ก็ถูกยันเสมอด้วยสกอร์ 1-1 เดียวกันนี้ในการเจอกับเจ้าภาพอย่าง แคนาดา
แมตซ์ พรีวิว
สวิตเซอร์แลนด์
ทีมเต็งแชมป์กลุ่มอย่าง สวิตเซอร์แลนด์ ออกสตาร์ทได้อย่างเชื่องช้าในเกมเปิดสนาม บอลโลก โดยทำได้เพียงเสมอกับอดีตเจ้าภาพปี 2022 อย่าง กาตาร์ ที่ ซานโฮเซ ซึ่งทัพ แดนนาฬิกา ได้ประตูออกนำไปก่อนในนาทีที่ 20 จากจุดโทษของ บรีล เอ็มโบโล่ แต่กลับไม่สามารถเปลี่ยนความเหนือกว่าตลอดทั้งเกมให้เป็นประตูเพิ่มได้ แถมยังทิ้งโอกาสดีๆ ไปหลายครั้งจนกระทั่งมาโดนตีเสมอในช่วงท้ายเกมของการทดเวลาบาดเจ็บ การเก็บได้เพียงคะแนนเดียวทำให้ทีมของ มูรัต ยาคิน ต้องผิดหวังอย่างไม่ต้องสงสัย แต่อย่างไรก็ตามจากการที่เกมทั่งสองคู่ใน กลุ่ม B จบลงด้วยผล 1-1 ทั้งหมด ทำให้ทุกทีมยังคงมีโอกาสลุ้นเท่ากันเมื่อเกมที่สองกำลังจะมาถึง ทว่าด้วยการที่พวกเขาต้องเจองานหนักในการไปเยือน วานคูเวอร์ เพื่อพบกับ แคนาดา ในเกมนัดสุดท้าย ทำให้ สวิตเซอร์แลนด์ ตั้งเป้าที่จะการันตีการเข้ารอบต่อไปให้ได้ในวันศุกร์นี้ด้วยการเก็บสามแต้มเต็มจาก บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ซึ่งหากทำได้สำเร็จ พวกเขาไม่เพียงแต่จะจองตั๋วรอบน็อคเอาท์เท่านั้น แต่ยังเป็นการคว้าชัยชนะนัดแรกในประวัติศาสตร์เหนือทัพ มังกร ซึ่งพวกเขาไม่เคยพบกันในเกมอย่างเป็นทางการมาก่อนเลย
บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
การเก็บหนึ่งแต้มได้ในเกมนัดแรกทำให้ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา พึงพอใจไม่น้อยกับการเสมอกับ แคนาดา ในแมตช์ที่ดูเหมือนจะเป็นงานยากที่สนาม บีเอ็มโอ ฟีลด์ ใน โตรอนโต โดยหลังจากที่ โยโว ลูคิช โหม่งพังประตูให้ทีมออกนำไปก่อนในครึ่งแรก ทีมของ เซร์เกย์ บาร์บาเรซ ก็ต้องเจอกับความกดดันอย่างหนักในครึ่งหลังและยันเอาไว้ได้ดีจนกระทั่ง ไซล์ ลาริน กองหน้าของ เซาแธมป์ตัน หาจังหวะจบสกอร์ตีเสมอได้สำเร็จก่อนหมดเวลา 12 นาที หลังสิ้นเสียงนกหวีดยาวทัพ มังกร ย่อมเป็นฝ่ายที่แฮปปี้กว่ากับผลการแข่งขัน ทว่าก็ยังมีความเสียดายเล็กๆ ภายในแคมป์ที่ไม่สามารถรักษาสามแต้มเพื่อนำเป็นจ่าฝูงเดี่ยวของ กลุ่ม B ก่อนเข้าสู่นัดที่สอง แต่อย่างไรก็ตาม จากสถิติไร้พ่ายมา 9 นัดติดต่อกันในทุกรายการ โดยเป็นการเสมอใน 90 นาทีมาตลอด 6 นัดหลังสุด ทำให้พวกเขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะสามารถเก็บเพิ่มเป็น 4 คะแนนเพื่อเกือบการันตีตั๋วรอบน็อคเอาท์ได้ ซึ่งการจะทำแบบนั้นได้ในเกมที่สอง พวกเขาจะต้องเอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ ทีมที่พวกเขาเคยพบกันเพียงครั้งเดียวในอดีตและสามารถเอาชนะไปได้ 2-0 ในเกมกระชับมิตรเมื่อมีนาคมปี 2016
ฟอร์มล่าสุด
สวิตเซอร์แลนด์ (ทุกรายการ) : เสมอ แพ้ เสมอ ชนะ เสมอ เสมอ
บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา (ทุกรายการ) : เสมอ ชนะ ชนะ เสมอ เสมอ เสมอ
สภาพความพร้อมของทีม
สวิตเซอร์แลนด์
แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถคว้าผลการแข่งขันที่ต้องการมาได้ในเกมนัดแรก แต่ สวิตเซอร์แลนด์ ก็ผ่านพ้นเกมกับ กาตาร์ มาได้โดยไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเพิ่มเติม ซึ่งหมายความว่าน่าจะมีการปรับเปลี่ยนทัพน้อยมาก โดยผู้จัดการทีม มูรัต ยาคิน มีแนวโน้มที่จะยึดโครงสร้างหลักชุดเดิมที่มี มานูเอล อาคันจี, นิโก้ เอลเวดี้, กรานิต ชาก้า และ บรีล เอ็มโบโล่ ปักหลักในแกนกลางของสนาม ทว่าก็อาจจะเห็นการเซอร์ไพรส์เปลี่ยนไลน์อัพในแดนหน้าได้เช่นกัน โดยมี โนอาห์ โอคาฟอร์ จาก ลีดส์ ยูไนเต็ด และ โยฮัน มันซัมบี จาก ไฟรบวร์ก เป็นตัวเลือกที่พร้อมสอดแทรกลงสนาม
บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
หลังจากต้องเดินกะเผลกออกจากสนามในช่วงท้ายเกมที่พบกับ แคนาดา ทำให้ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ต้องกังวลกับโอกาสที่จะชวดใช้งาน เซอัด โคลาซินัค ในแผงหลัง ซึ่งยังต้อง รอเช็คความฟิต ว่าอาการบาดเจ็บของเขาจะรุนแรงหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม จากการได้รับบาดเจ็บในตอนซ้อมทำให้ นิดัล เซลิค กองหลังของ อาร์ซี เลนส์ จะพลาดการลงช่วยทีมตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์นี้อย่างแน่นอนแล้ว โดยทางด้านกุนซือ เซร์เกย์ บาร์บาเรซ ได้ตัดสินใจเรียกตัว อาร์ยาน มาลิค จาก สตวร์ม กราซ เข้ามาทดแทนในทีมเป็นที่เรียบร้อย
คาดการณ์ผู้เล่น
สวิตเซอร์แลนด์ : โคเบล; ซากาเรีย, เอลเวดี้, อาคันจี, โรดริเกซ; แอบิสเชอร์, ชาก้า, ฟรอยเลอร์; เอ็นดอย, เอ็มโบโล่, มันซัมบี
บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา : วาซิลจ์; เดดิช, คาติช, มูฮาเรโมวิช, โคลาซินัค; บายรักตาเรวิช, ตาฮิโรวิช, บาซิช, อาลายเบโกวิช; เดมิโรวิช, ลูคิช
วิเคราะห์คาดการณ์
สถานการณ์ของเกมในคู่คู่นี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งหลังจากที่ทั้งสองทีมต่างกอดคอเสมอมา 1-1 ในเกมนัดแรกของศึก ฟีฟ่า เวิลด์คัพ โดยทางด้าน สวิตเซอร์แลนด์ โชว์ฟอร์มได้เหนือกว่าคู่แข่งในนัดก่อนแต่กลับมีปัญหาเรื่องความเด็ดขาดในแดนหน้าจนโดนลงโทษในช่วงท้ายเกม นัดนี้กุนซือ มูรัต ยาคิน ยังคงมีขุมกำลังที่ฟิตสมบูรณ์เต็มร้อยและน่าจะใช้แกนหลักอย่าง มานูเอล อาคันจี, นิโก้ เอลเวดี้ และ กรานิต ชาก้า คอยควบคุมจังหวะเกมเพื่อกดดันคู่แข่ง ขณะที่ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ของกุนซือ เซร์เกย์ บาร์บาเรซ แสดงให้เห็นถึงความเหนียวแน่นและความมั่นใจจากสถิติไร้พ่ายยาวนานถึง 9 นัดติดต่อกันในทุกรายการ แม้ว่าพวกเขาจะต้องประสบปัญหาในแนวรับจากการที่ นิดัล เซลิค เจ็บจนถอนตัวไปและยังต้อง รอเช็คความฟิต ของกองหลังตัวเก๋าอย่าง เซอัด โคลาซินัค อีกด้วย อย่างไรก็ดี สถิติที่ผ่านมาทัพ มังกร มักจะเล่นเกมเหนียวแน่นจนจบด้วยผลเสมอนอกบ้านมา 6 นัดติดใน 90 นาที ประกอบกับเกมนัดแรกทัพ แดนนาฬิกา ก็ยังมีจุดบกพร่องในการปิดเกมทำให้เชื่อว่าเกมนี้ทั้งสองทีมจะสู้กันได้อย่างก้ำกึ่งและน่าจะลงเอยด้วยการแบ่ง
แต้มกันไปอีกหนึ่งนัด
คาดการณ์สกอร์ : สวิตเซอร์แลนด์ 1 - 1 บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ทีมชนะ : เสมอ - จากสถิติฟอร์มล่าสุดของ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เหนียวแน่นแพ้ยากและจบลงด้วยผลเสมอนอกบ้านหลังจบ 90 นาทีมาแล้วถึง 6 เกมติดต่อกัน ประกอบกับ สวิตเซอร์แลนด์ เองก็เพิ่งแสดงความผิดพลาดในการปิดเกมจนโดนตีเสมอมาในนัดล่าสุด ศักยภาพของทั้งสองทีมจึงดูใกล้เคียงกันเกินกว่าจะมีผู้ชนะ
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : ต่ำ - ทั้งสองทีมต่างเล่นได้อย่างรัดกุมในทัวร์นาเมนต์ระดับโลกเพื่อหวังผลการแข่งขันในการเข้ารอบ โดยเกมแรกของทั้งคู่ก็ยิงกันรวมฝั่งละไม่เกินสองประตู อีกทั้งหากแนวรับของทัพ มังกร เน้นตั้งรับลึกเพื่อยื้อแต้มตามสไตล์ถนัด โอกาสที่จะเกิดสกอร์รวมเกินเรทจึงค่อนข้างเป็นไปได้ยาก
Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ - ทัพ แดนนาฬิกา มีเกมรุกที่วูบวาบและสร้างสรรค์โอกาสได้เยอะนำโดย บรีล เอ็มโบโล่ จึงมีโอกาสสูงที่จะเจาะตาข่ายได้ ทว่าฝั่ง บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เองก็มีทีเด็ดจากจังหวะจบสกอร์และลูกกลางอากาศของ โยโว ลูคิช ที่พร้อมลงโทษเกมรับคู่แข่งได้เช่นกัน ย่อมทำให้มีโอกาสพังประตูได้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย
ทีมได้ประตูแรก : สวิตเซอร์แลนด์ - ด้วยคุณภาพผู้เล่นในแดนกลางและแดนหน้าที่มีความสามารถเฉพาะตัวสูงรวมถึงการครองเกมที่เหนือกว่าภายใต้การนำทัพของ กรานิต ชาก้า น่าจะทำให้ทีมเปิดเกมรุกเข้ากดดันใส่แนวรับของทัพ มังกร ที่กำลังมีปัญหาเรื่องสภาพร่างกายของผู้เล่นหลักจนสามารถพังประตูขึ้นนำไปได้ก่อนเหมือนในเกมแรก