วิเคราะห์บอล บอลโลก 2026 บราซิล VS โมร็อกโก
วิเคราะห์บอล ทีเด็ดบอล พร้อมข้อมูลสถิติครบถ้วน อ่านฟรีทุกวันที่ UFA7979
วิเคราะห์บอล บอลโลก 2026 บราซิล VS โมร็อกโก


"แซมบ้า" ยุคใหม่ไร้ "เนย์มาร์" จัดทัพใหญ่บด "สิงโตแอตลาส" โมร็อกโก บิ๊กแมตช์เปิดสนามกลุ่มซี
บอลโลก 2026 | บราซิล VS โมร็อกโก (สนามกลาง) | นัดที่ 1 | วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2026
พรีวิว
อภิมหาศึกฟุตบอลบอลโลก 2026 ในเกมนัดเปิดสนามของกลุ่ม ซี กำลังจะระเบิดความมันขึ้น ณ สนามเม็ตไลฟ์ สเตเดียม ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ วันเสาร์นี้ โดยเป็นการโคจรมาพบกันของสองทีมยักษ์ใหญ่ต่างทวีปอย่าง อดีตแชมป์โลก 5 สมัยทัพบราซิล เจอกับ ยอดทีมแกร่งจากทวีปแอฟริกาอย่าง โมร็อกโก ซึ่งฝั่งขุนพลเซเลเซากำลังกระหายที่จะกลับมากู้ชื่อเสียงเพื่อชดเชยความผิดหวังหลังจากตกรอบก่อนรองชนะเลิศที่ประเทศกาตาร์เมื่อสี่ปีที่แล้ว ขณะที่ทัพสิงโตแอตลาสต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งมหาศาลในการพยายามทำผลงานให้ได้ยอดเยี่ยมเหมือนกับตอนที่เคยสร้างเซอร์ไพรส์ทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศมาได้
แมตซ์ พรีวิว
บราซิล
ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของทัพ"แซมบ้า" ได้ถูกบันทึกขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 หลังจากที่สมาพันธ์ฟุตบอลบราซิลได้ทำการแต่งตั้ง คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาลีวัย 67 ปีเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมชาวต่างชาติคนแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร ซึ่งตัวเขาเองกำลังตื่นเต้นและกระหายกับความท้าทายครั้งใหม่ในระดับชาติ หลังจากประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามและกวาดถ้วยรางวัลในระดับสโมสรมาอย่างยาวนานกว่าสามทศวรรษ หากย้อนดูสถิติต้องยอมรับว่า บราซิล คือชาติที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก โดยลงเล่นมากที่สุด (114 นัด) ชนะมากที่สุด (74 นัด) และคว้าแชมป์โลกได้มากที่สุดถึง 5 สมัย อีกทั้งยังเป็นประเทศเดียวในโลกที่ไม่เคยพลาดการลงเล่นรอบสุดท้ายเลยแม้แต่ครั้งเดียว นับตั้งแต่การแข่งขันครั้งแรกในปี 1930 แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้สัมผัสถ้วยแชมป์โลกสีทองนี้อีกเลยนับตั้งแต่ปี 2002 ซึ่งการห่างหายแชมป์ยาวนานถึง 24 ปีในครั้งนี้ ถือเป็นสถิติที่ยาวนานเท่ากับช่วงปี 1970 ถึง 1994 ซึ่งในท้ายที่สุดช่วงเวลาอันแห้งแล้งครั้งนั้นก็ถูกปลดล็อกลงบนแผ่นดินประเทศสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกัน
ทัพเซเลเซาต้องเหนื่อยไม่น้อยในการเสาะหาตั๋วผ่านเข้ามาเล่นในทัวร์นาเมนต์ยุคใหม่ที่มีการขยายทีมเพิ่มเป็น 48 ทีมในครั้งนี้ โดยพวกเขาทำผลงานชนะ 8 เสมอ 4 และแพ้ไปถึง 6 นัด จากการลงเล่น 18 เกม จบอันดับที่ 5 ของตารางคะแนน คว้าตั๋วผ่านเข้ารอบสุดท้ายโดยตรงในโควตาโซนคอนเมบอล (อเมริกาใต้) ได้สำเร็จ แถมในเกมนัดสุดท้ายของรอบคัดเลือกพวกเขายังพลิกล็อกบุกไปพ่าย โบลิเวีย 1-0 ซ้ำร้ายหลังจากเดือนตุลาคมเป็นต้นมาพวกเขายังเคยเสียท่าพ่ายแพ้ให้กับ ญี่ปุ่น 2-3 และ ฝรั่งเศส 2-1 ในเกมกระชับมิตรอีกด้วย แต่อย่างไรก็ดี ลูกทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ เริ่มกลับมาทำผลงานได้เข้าฝักด้วยการคว้าชัยชนะมา 3 นัดติดต่อกันเหนือ โครเอเชีย, ปานามา และ อียิปต์ ด้วยสกอร์รวม 3 นัดถึง 11-4 ปัจจุบันพวกเขารั้งอันดับ 5 ของโลกจากการจัดอันดับของฟีฟ่า และมีสถิติที่ยอดเยี่ยมยามเจอกับทีมจากทวีปแอฟริกาในศึกฟุตบอลโลก โดยคว้าชัยชนะได้ถึง 7 จาก 8 นัด ซึ่งข้อยกเว้นเพียงครั้งเดียวคือการแพ้ แคเมรูน 0-1 ในรอบแบ่งกลุ่มเมื่อปี 2022 ส่งผลให้เว็บพนันบอลโลกต่างยกให้พวกเขาเป็นทีมเต็งหนึ่งที่จะผ่านเข้ารอบจากกลุ่ม ซี
โมร็อกโก
ทางด้านทัพ"สิงโตแอตลาส" หลังจากที่สร้างประวัติศาสตร์เป็นชาติแรกจากทวีปแอฟริกาที่ทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกเมื่อสี่ปีที่แล้ว ตอนนี้พวกเขากำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ระดับโลกเป็นครั้งที่ 7 ในประวัติศาสตร์ โดยถูกกูรูหลายสำนักยกให้เป็นหนึ่งในทีมม้า มืด ตัวเต็งที่มีโอกาสสร้างผลงานผ่านเข้ารอบลึกๆ ได้อีกครั้ง สิ่งที่น่าสนใจคือ การลงเล่นฟุตบอลโลกสามครั้งแรกของพวกเขานั้นเกิดขึ้นที่ประเทศเม็กซิโก (ปี 1970 และ 1986) และประเทศสหรัฐอเมริกา (ปี 1994) ซึ่งเป็นสองในสามชาติเจ้าภาพร่วมของทัวร์นาเมนต์ในฤดูกาลนี้ โดยสถิติในตอนนั้นพวกเขาตกรอบแบ่งกลุ่มในนัดเปิดตัว ก่อนจะสร้างความทรงจำผ่านเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายในปี 1986 และจบลงด้วยความพ่ายแพ้รวด 3 นัดบนแผ่นดินอเมริกา ทว่าในปัจจุบัน โมร็อกโก ได้ยกระดับกลายมาเป็นมหาอำนาจลูกหนังที่ทรงพลัง โดยมีสถิติชนะถึง 33 เสมอ 10 และแพ้ไปเพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น จากการลงสนามทั้งหมด 45 เกมรวมทุกรายการนับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2023 เป็นต้นมา จนทำให้อันดับโลกพุ่งขึ้นไปรั้งอันดับ 7 ของโลก เหนือกว่าชาติมหาอำนาจอย่าง เนเธอร์แลนด์, เบลเยียม และ เยอรมนี เสียด้วยซ้ำ
ความสำเร็จอันโดดเด่นนี้ต้องยกเครดิตให้ วาลิด เรกรากี อดีตกุนซือที่พาทีมบินสูง โดยคว้าชัยชนะ 8 นัดรวดในรอบคัดเลือกโซนซีเอเอฟ (แอฟริกา) ก่อนที่พวกเขาจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแชมป์แอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ เมื่อต้นปีนี้ หลังจาก เซเนกัล ถูกริบแชมป์จากเหตุการณ์วุ่นวายในนัดชิงชนะเลิศ แต่อย่างไรก็ตาม วาลิด เรกรากี ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งก่อนฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้นไม่ถึง 100 วัน ทำให้ โมฮาเหม็ด อูอาบี อดีตโค้ชชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ต้องเข้ามารับไม้ต่อในทีมชุดใหญ่ ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้ดีไม่แพ้กันด้วยการชนะ 3 เสมอ 2 จาก 5 นัดหลังสุด โดยเกมล่าสุดเพิ่งจะเสมอกับ นอร์เวย์ 1-1 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เกมนี้นับเป็นบททดสอบครั้งสำคัญในการพยายามผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกสองทัวร์นาเมนต์ติดต่อกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร แม้ว่าสถิติการเจอกัน 3 ครั้งก่อนหน้านี้พวกเขาจะแพ้ให้กับบราซิล ไปถึง 2 ครั้ง แต่การเจอกันนัดล่าสุดในเกมกระชับมิตรเมื่อเดือนมีนาคม 2023 เป็นฝั่งโมร็อกโก ที่สามารถเฉือนชนะไปได้ 2-1
ฟอร์มล่าสุด
บราซิล (ทุกรายการ) : ชนะ เสมอ แพ้ ชนะ ชนะ ชนะ
โมร็อกโก (ทุกรายการ) : ชนะ เสมอ ชนะ ชนะ ชนะ เสมอ
สภาพความพร้อมของทีม
บราซิล
ความพร้อมของทัพบราซิล ในเกมนัดเปิดสนามวันเสาร์นี้ จะต้องหมดสิทธิ์ใช้งานดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของประเทศอย่าง เนย์มาร์ ที่ยังคงอยู่ในช่วงพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อน่องระดับสองและคาดว่าฟิตไม่ทันสำหรับเกมนัดนี้ แน่นอนแล้วรวมถึง เวสลีย์ แบ็กขวาตัวเก่งก็ต้องถอนตัวออกจากฟุตบอลโลกครั้งนี้เนื่องจากได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อจากเกมอุ่นเครื่องที่ชนะ อียิปต์ ส่งผลให้กุนซือ อันเชล็อตติ อาจจะต้องตัดสินใจส่ง เอแดร์ซอน มิดฟิลด์ป้ายแดงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงไปทดลองเล่นในตำแหน่งแบ็กขวาหลังจากที่เคยทดลองในตอนฝึกซ้อม โดยมี ดานิโล่ และ โรเจอร์ อิบันเญซ เป็นอีกสองตัวเลือกในเกมรับฝั่งขวา แต่อย่างไรก็ดี แกนหลักสามนักเตะจากศึก พรีเมียร์ลีก อย่าง อลิสซง เบ็คเกอร์, กาเบรียล มากัลเญส และ บรูโน่ กิมาไรส์ พร้อมลงสนามเป็นตัวจริงร่วมกับสองสตาร์ดังอย่าง วินิซิอุส จูเนียร์ จาก เรอัล มาดริด และ ราฟินญ่า จาก บาร์เซโลน่า โดยกุนซืออิตาลีจะต้องชั่งใจในแดนหน้าว่าจะเลือกส่ง มาเตอุส คุนญ่า, เอ็นดริก หรือ อิกอร์ ติอาโก้ ลงเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าคอยล่าตาข่าย
โมร็อกโก
ทางด้านความพร้อมของโมร็อกโก ต้องเผชิญข่าวร้ายอย่างหนักเมื่อปราการหลังตัวเก่งอย่าง นาเยฟ อาเกิร์ด มีอาการบาดเจ็บที่ขาหนีบ และปีกตัวจี๊ดอย่าง อับเด เอซซาลซูลี มีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่ารบกวน ส่งผลให้ทั้งคู่ต้องชวดลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งนี้ไปอย่างน่าเสียดาย โดยทีมได้เรียกตัว มาร์วาน ซาดาน จาก อัล ฟาเตห์ และ อามีน สไบ จาก อองเช่ร์ เข้ามาสมทบแทน โดยเฉพาะ เอซซาลซูลี ที่โชคร้ายบาดเจ็บมาจากเกมอุ่นเครื่องนัดเสมอนอร์เวย์ ซึ่งในเกมนัดดังกล่าว นุสแซร์ มาซราอุย กองหลังคนสำคัญก็โดนเปลี่ยนตัวออกเนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บที่หัวไหล่ แม้อาการจะไม่รุนแรงแต่ทีมแพทย์ยังต้องรอเช็คความฟิตจนถึงนาทีสุดท้าย ทว่าทีมยังคงมีสองสตาร์ดังอย่าง กัปตันทีม อาชราฟ ฮาคิมี่ และ บราฮิม ดีอาซ ที่กำลังท็อปฟอร์มหลังซัดประตูที่ 14 ในนามทีมชาติจากเกมเจอนอร์เวย์ พร้อมลงสนามประสานงานในแนวรุกร่วมกับ อิสมาเอล ไซบารี และ บิลาล เอล คันนุส คอยขับเคลื่อนเกมบุก
คาดการณ์ผู้เล่น
บราซิล : อลิสซง; ดานิโล่, มาร์กินญอส, กาเบรียล, ซานโดร; คาเซมิโร่, กิมาไรส์; ราฟินญ่า, ปาเกต้า, วินิซิอุส จูเนียร์; คุนญ่า
โมร็อกโก : บูนู; ฮาคิมี่, ดิย็อป, ริอาด, มาซราอุย; อัมราบัต, เอล อายนาอุย, อูนาฮี; ดีอาซ, ไซบารี, เอล คันนุส
วิเคราะห์คาดการณ์
ศึกบิ๊กแมตช์ที่สนามกลางนัดนี้คาดว่าจะเป็นเกมที่เปิดแลกกันอย่างสนุกและตื่นเต้นอย่างแน่นอน ทัพบราซิล ภายใต้การคุมทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ เริ่มจับจังหวะและทำผลงานได้อย่างลงตัวคว้าชัยมาสามนัดติด แม้จะขาด เนย์มาร์ แต่แนวรุกที่นำโดย วินิซิอุส จูเนียร์ และ ราฟินญ่า ยังคงมีความจัดจ้านและอันตรายเป็นอย่างมาก สวนทางกับ โมร็อกโก ที่เพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงระบบทีมจากการลาออกของกุนซือคนเก่าก่อนทัวร์นาเมนต์ไม่นาน อีกทั้งสภาพทีมในเกมนี้น่าเป็นห่วงอย่างมากเนื่องจากขาดกองหลังตัวหลักอย่าง นาเยฟ อาเกิร์ด ที่บาดเจ็บ และยังต้องรอเช็คความฟิตของ นุสแซร์ มาซราอุย กองหลังคนสำคัญอีกราย ซึ่งจะทำให้แผงแนวรับของทีมลดความเหนียวแน่นลงไปอย่างชัดเจน แม้ว่าแนวรุกของพวกเขาจะมี บราฮิม ดีอาซ คอยสร้างความปั่นป่วนและเคยชนะบราซิลมาในเกมอุ่นเครื่องล่าสุด แต่เกมนัดเปิดสนามฟุตบอลโลกที่มีความกดดันสูงบวกกับระบบทีมของอันเชล็อตติที่เขี้ยวลากดิน คาดว่าแดนกลางของบราซิลจะบดบี้เบียดคุมเกมเอาไว้ได้ ก่อนจะใช้ความเฉียบคมของแนวรุกเจาะแผงหลังที่ฟิตไม่สมบูรณ์ของโมร็อกโกและเอาชนะไปได้ในที่สุด
คาดการณ์สกอร์ : บราซิล 2-1 โมร็อกโก
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ทีมชนะ: บราซิล - ด้วยระบบทีมและความลงตัวภายใต้การคุมทัพของ คาร์โล อันเชล็อตติ ประกอบกับโมร็อกโก มีปัญหาผู้เล่นแนวรับบาดเจ็บหลายรายทั้ง นาเยฟ อาเกิร์ด ที่ถอนตัวไปและต้องรอเช็คความฟิตของ นุสแซร์ มาซราอุย ย่อมทำให้ความแข็งแกร่งในเกมรับลดลงและต้านทานความดุดันของบราซิลได้ยาก
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง - ทั้งสองทีมต่างมีสถิติเกมรุกที่ดุดันและเฉียบคม โดยบราซิล ถล่มประตูคู่แข่งไปถึง 11 ลูกจาก 3 เกมหลังสุด ขณะที่โมร็อกโก ก็มีเกมรุกที่หลากหลายนำโดย บราฮิม ดีอาซ ประกอบกับแนวรับของโมร็อกโกไม่สมบูรณ์ ทำให้เกมนี้น่าจะเปิดเกมแลกกันสนุกและยิงประตูรวมกันเกินสองลูกขึ้นไป
Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ - แม้ว่าบราซิล จะมีเกมรุกที่เด็ดขาด แต่สถิติเกมรับในระยะหลังของพวกเขาก็ยังมีรอยรั่วให้เห็นจากการเสียประตูในเกมอุ่นเครื่องอย่างต่อเนื่อง ขณะที่โมร็อกโก มีแนวรุกที่จัดจ้านและเคยยิงประตูบราซิลมาได้ในการเจอกันนัดล่าสุด ทำให้มีโอกาสสูงที่ทั้งสองทีมจะพังประตูได้ด้วยกันทั้งคู่
ทีมได้ประตูแรก : บราซิล - ความจัดจ้านและความคล่องตัวของริมเส้นทัพเซเลเซานำโดย วินิซิอุส จูเนียร์ และ ราฟินญ่า จะเปิดฉากเกมบุกเข้ากดดันแนวรับของโมร็อกโก ที่ต้องปรับมาใช้กองหลังชุดใหม่ทันทีตั้งแต่เริ่มเกม และน่าจะชิงจังหวะพังประตูขึ้นนำร่องไปก่อนได้สำเร็จ





